โรงเรียนนายร้อยทหารบก  ยศ.  
พุทธศักราช ๒๔๗๖ - ๒๔๘๙

สมัยที่ ๕ โรงเรียนนายร้อยทหารบก (ยศ.) กรุงเทพมหานคร 

 

 
 

  

เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๗ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้โอนไปเรียนกับ ทหารบก ใน โรงเรียนนายร้อยทหารบก ฝ่ายตำรวจ  เหตุผลสำคัญ ที่โอนไป เกิดจากความเห็นของ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม กับ พล.ต.อ.หลวงอดุลย์เดชจรัส พิจารณาเห็นว่า ด้วยสถานการณ์ ทางภูมิศาสตร์ประเทศไทย มีอาณาเขตติดต่อ ล้อมรอบอยู่ด้วย ประเทศเพื่อนบ้าน ที่เป็นอาณานิคมของ มหาอำนาจทาง ตะวันตกทั้งสิ้น  ประกอบกับ สถานการณ์ ทางการเมือง ทำให้ประเทศไทยขณะนั้น ไม่สามารถจะตั้ง กรมกองทหาร เพื่อรักษาเอกราช และอธิปไตยของชาติ ให้ใกล้ชิดกับ เส้นพรมแดนได้ หากมีเหตุการณ์ อันไม่น่าไว้วางใจ เกิดขึ้น ก็จำเป็นต้อง ใช้กองกำลังตำรวจ ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่สมัยราชาธิปไตยมาแล้ว ตำรวจกับทหาร มักไม่ค่อย จะลงรอยกัน พบกันมักจะ มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน อยู่เนือง ๆ หาทาง ทำความเข้าใจกันยาก ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าว ถ้าหากจะหาทาง ให้ตำรวจมีความรู้ในวิชาทหาร เพื่อไป ประจำหน้าที่ ตามชายแดน ให้ได้ผล พอยับยั้งเหตุการณ์ ที่หากจะเกิดขึ้นได้ ก็ไม่มีอะไรดีไปกว่า ให้นักเรียนนายร้อยตำรวจ เข้าไปเรียนรวมกัน ในสำนักเดียวกันเสีย กับ นักเรียนนายร้อยทหารบก  เมื่อได้ศึกษาวิชาทหาร พอสมควรแล้ว ในตอนปลาย ที่จะสำเร็จการศึกษา จึงค่อยแยกกันเรียน วิชาแขนงที่ตน จะต้องไปประกอบหน้าที่ เช่น ทหารราบ ทหารม้า หรือตำรวจ ก็ให้เรียนวิชา ที่หนักไปตามเหล่า ที่ตนต้องไปสังกัด เชื่อว่า จะได้ประโยชน์ สมความมุ่งหมาย ทั้งทหารและตำรวจ ก็จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เมื่อตกลงกันได้เช่นนี้ จึงได้เสนอเรื่อง เข้าสู่คณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้มีมดติ ในปี พ.ศ.๒๔๗๖ให้เจ้ากรม ยุทธศึกษาทหารบก เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วย ที่ขึ้นตรงคือ โรงเรียนนายร้อยทหารบก สำหรับฝึกสอนอบรม นักเรียนที่จะออกไป เป็นนายทหารสัญญาบัตร เหล่าทหารราบ ทหารม้า และนายตำรวจสัญญาบัตร

ครั้นในเดือน ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๖ ซึ่งขณะนั้น พ.อ.หลวงพิบูลสงคราม ได้จัดตั้ง โรงเรียนเทคนิคทหารบกขึ้น ในกรมยุทธศึกษาทหารบก ในโอกาสนั้น ทางราชการก็ให้ กรมยุทธศึกษาหทารบก จัดการสอน นักเรียนนายร้อยตำรวจ ในเวลาต่อไป ด้วย รองผู้บัญชาการทหารบก ได้วางหลักการว่า ในโรงเรียนนายร้อยหทารบก ให้คงจัดการ สอนผู้ที่จะเป็น นายทหารราบ นายทหารม้า และนายร้อยตำรวจ จากสำเนา หนังสือศาลาว่าการ กระทรวงกลาโหม ฉบับที่ ๘๗๕๙/๗๖ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ ถึงรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย จับใจความได้ว่า กระทรวงกลาโหม ได้เริ่มดำเนินการ เกี่ยวกับ นักเรียนนายร้อยตำรวจก่อน วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๔๗๑ ปรากฎว่า กรมยุทธศึกษา ได้ทำการทั้ง รับสมัคร และจับฉลากเกณฑ์ นักเรียนนายร้อยทหารบก ที่สอบสำเร็จ ในปีที่ ๑ ให้มาเรียนวิชาตำรวจ ในต้นปี พ.ศ.๒๔๗๖ ให้ได้ครบ ๑๕ นาย การจัดการ ตามข้อบังคับ ได้เริ่มปฏิบัติในต้นปี พ.ศ.๒๔๗๘ คือปีแรก ที่ได้มี การตั้ง โรงเรียนเทคนิคทหารบก และโรงเรียนนายร้อยทหารบก ตามโครงการศึกษา อย่างใหม่ขึ้น ในกรมยุทธศึกษา

หลักสูตร ของโรงเรียนนี้ ถือเอา วิทยฐานะของ ชั้นมัธยมบริบูรณ์ (มัธยมปีที่ ๘) ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นฐาน คือผู้สมัครเข้าเป็นนักเรียน จะต้องมีความรู้ สอบไล่ได้ มัธยมปีที่ ๘ ของ กระทรวงศึกษาธิการ มีอายุไม่เกิน ๒๑ ปีบริบูรณ์ การสอบคัดเลือก ชั้นแรก ต้องผ่าน การตรวจสอบ ความสมบูรณ์ของร่างกาย และสัมภาษณ์ เมื่อผ่าน การตรวจชั้นนี้แล้ว จึงจะมีสิทธิ เข้าสอบข้อเขียน อีกครั้งหนี่ง เป็นอันว่า ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๘ กรมยุทธศึกษา ได้เริ่มจัดให้มี การสอน วิทยการตำรวจ แก่นักเรียนนายร้อยทหารบก ที่จะโอนไป รับราชการตำรวจ ในเวลาต่อไป ในที่สุด ก็ได้จำนวน นักเรียนนายร้อยฝ่ายตำรวจ ครบ ๑๕ นาย ตามความประสงค์ ของทางราชการ นักเรียนนายร้อยฝ่ายตำรวจ รุ่นแรก แห่งกรมยุทธศึกษา ซึ่งเท่ากับ เป็นรุ่นทดลองในปีที่ ๒ ของการเรียน โรงเรียนนายร้อยทหารบก หรือปีแรก ที่แยกมาเรียนวิชาการตำรวจนี้ สำหรับ ครูอาจารย์วิชาทหาร และวิชาสามัญ นักเรียนฝ่ายตำรวจ ก็ยังเรียนร่วมกับ นักเรียนนายร้อยทหารบก ส่วนวิชาการตำรวจ นักเรียนนายร้อยฝ่ายตำรวจ ได้แยกเรียนต่างหาก จากนักเรียนนายร้อยทหารบก โดยเรียนวิชา พระราชบัญญัติ กฎหมายอื่น ๆ กฎหมายลักษณะอาญา วิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายลักษณะพยาน ระเบียบการ และการปกครอง หลักการสืบสวน การพิสูจน์หลักฐาน และเทคนิคต่าง ๆ วิชาจิตวิทยาของผู้ร้าย นักเรียนทั้ง ๑๕ คน สอบผ่านปีที่ ๒ ได้ทั้งหมดในปลายปี ๒๔๗๘

ในระหว่าง ๒ ปี คือ พ.ศ.๒๔๗๘ - ๒๔๗๙ นักเรียนใช้เวลา เรียนร่วมกัน ระหว่างนักเรียน นายร้อยฝ่ายตำรวจ และใช้เวลา ฝึกอบรมร่วมกับ นักเรียนนายร้อยฝ่ายทหารบกด้วย ในปลายปี พ.ศ.๒๔๗๙ นักเรียนก็ เข้าสอบไล่ปีสุดท้าย กรมยุทธศึกษา ได้ทำหน้าที่ เป็นผู้อบรม นักเรียนนายร้อยทหารบก ฝ่ายตำรวจ ให้แก่กระทรวงมหาดไทย เริ่มแต่งตั้งพ.ศ.๒๔๗๗ เรื่อยมา จนกระทั่ง สงครามโลกครั้งที่ ๒ สงบลง ในปี พ.ศ.๒๔๘๘ วิกฤตการณ์ทางการเมือง ได้ชี้เส้นทางเดินให้ใหม่ โดยให้ นักเรียนเตรียมนายร้อยทหารบก รุ่นที่ ๑๑ จำนวน ๖๐คน ต้องโอนมา รับการศึกษาต่อ ทางกรมตำรวจ หลังจากผ่าน การสอบไล่ ปลายปี ในวันที่ ๑๘ - ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๙  เสร็จสิ้นแล้ว นักเรียนรุ่นสุดท้ายนี้ เริ่มเข้ารับราชการ อบรมในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ที่กรมตำรวจ ปทุมวัน เมื่อวันที่๑๕ สิงหาคม ๒๔๘๕ รวม นักเรียนนายร้อยตำรวจ ที่ไปเรียนร่วมกัน ในโรงเรียนนายร้อยทหารบกฝ่ายตำรวจ สำเร็จการศึกษา ออกรับราชการ เป็นตำรวจรวม ๘ รุ่น