โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ห้วยจรเข้
พุทธศักราช ๒๔๖๔ - ๒๔๗๖

สมัยที่ ๔ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ห้วยจรเข้  จังหวัดนครปฐม 

 

 
 

  

           เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๔ ได้ย้าย โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ไปตั้งที่ห้วยจรเข้ เป็นครั้งที่ ๒ ทั้งนี้โดยเหตุผล เกี่ยวกับ ความเจริญของบ้านเมือง กรมตำรวจ มีความจำเป็น ที่จะผลิต นายตำรวจ ออกไปปฏิบัติหน้าที่ ตามความต้องการ มากขึ้น  สถานที่ ในโรงเรียนกรุงเทพฯ คือ โรงเรียนนายหมวด มีอาคาร ไม่สมบูรณ์ สนามยิงปืน ไม่มีเป็นของตนเอง ส่วนที่ห้วยจรเข้ นครปฐม มีอาคารสถานที่ สมบูรณ์ แม้จะห่างไกล จากกรุงเทพฯ ก็สามารถเดินทางไป โดยรถไฟ สะดวกสบาย ใช้เวลาเพียง ๒ ชั่วโมง เท่านั้น กรณีที่ เลือกบุคคล เข้าเรียน ก็เลือกกัน ที่กรุงเทพมหานคร แล้วก็ส่งไปเรียนที่ ห้วยจรเข้ จังหวัดนครปฐม ด้วยเหตุนี้ จึงได้ย้ายโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ไปตั้งที่ห้วยจรเข้ จังหวัดนครปฐม

           คุณสมบัติของ บุคคลที่จะเข้าเรียน ในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ห้วยจรเข้ สมัยที่ ๒ ระหว่าง พ.ศ.๒๔๖๔ - ๒๔๗๖ รับผู้มีความรู้สูงขึ้น โดยต้อง สำเร็จมัธยมศึกษาปีที่ ๖ และปีที่ ๘ ตามลำดับ ผู้สมัครต้องสมัคร ด้วยตนเอง มีผู้มีหลักฐานรับรอง รวมทั้งรับรองว่า มีความประพฤติดี ผ่านการตรวจ ของแพทย์รับรองว่า ปราศจากโรคร้ายแรง หรือโรคอันน่ารังเกียจ ร่างการแข็งแรง เมื่อสมัครกันมาก ในสมัยแรก ตั้งกรรมการ สอบคัดเลือกไปจาก กรมตำรวจ วิชาที่สอบ ใช้วิชาสามัญ ต่อมาภายหลัง ไม่การสอบคัดเลือบ้าง บางครั้งก็สอบคัดเลือก ทั้งนี้ สุดแต่ความเหมาะสม แต่ละปีไป   เป็นหน้าที่ของ ผู้บังคับการโรงเรียน เป็นผู้พิจารณา และเสนอ เจ้ากรมตำรวจภูธร เป็นผู้พิจารณา ชี้ขาดด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เมื่อชี้ขาดแล้ว ผู้สมัครก็มี สิทธิ เข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ห้วยจรเข้

           ปีการศึกษาของ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ห้วยจรเข้ สมัยที่ ๒ แบ่งออกเป็น ๓ ชั้นเรียน เวลาเรียนชั้นละ ๑ ปีรวมเวลาเรียน ๓ ปี เมื่อสอบได้ สำเร็จแล้ว ออกรับราชการ เป็นนายตำรวจ ชั้นสัญญาบัตร การสอบไล่ปีหนึ่ง แบ่งออกเป็น๒ ภาค สอบ ๒ ครั้ง ภาคกลางปีและปลายปี ภาคหนึ่งต้องสอบไล่ ไม่ต่ำกว่า ๕๐ % และ รวมคะแนนทั้งหมด ไม่ต่ำกว่า ๖๐% จึงจะถือว่าสอบไล่ได้ การสอบแต่ละครั้ง ถือตามระเบียบวินัย เคร่งครัดมาก หากนักเรียนนายร้อยตำรวจ คนใดฝ่าฝืน ระเบียบวินัย เป็นต้องไล่ออกทุกคน ไม่มีการผ่อนผันในเรื่องนี้

           อีกประการหนึ่ง การสอบไล่แต่ละคราว ไม่มีการแจ้ง ให้นักเรียนทราบล่วงหน้า ว่าวันไหน ขั่วโมงไหน จะสอบวิชาอะไร โดยทางการถือว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจ จะต้องมีความรู้ดี ทุกลักษณะวิชา ที่ผ่านการเรียนมาแล้ว นักเรียนเก็งกันเอาเอง ส่วนการสอบภาคปลาย ก็พอจะ คาดคะเนถูกต้อง เพราะวิชาที่สอบ เหลือน้อย การที่โรงเรียน กระทำเช่นนี้ขึ้น ในสมัยนั้น ได้ผลดี ทำให้นักเรียน ต้องเรียนรู้ดีทุกวิชาที่ผ่าน การเรียนการสอนมาแล้ว เมื่อสอบได้สำเร็จ ออกไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ ก็สามารถ มีภูมิรู้ดีปฏิบัติงานได้ถูกต้อง นำเกียรติยศมา สู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ห้วยจรเข้เป็นอย่างมาก

           สำหรับ นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ ๓ ซึ่งเมื่อสอบไล่ได้แล้ว มีโอกาสออกไป รับราชการเป็น นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร กรมตำรวจต้องมี อัตราว่างบรรจุให้ อัตราว่างในสมัยนั้น มีน้อยเหลือเกิน เมื่อมีอัตราเท่าใด กรมตำรวจก็ถือว่า สอบไล่าได้เท่านั้น และสั่งบรรจุให้ เท่าอัตราที่ว่างอยู่ นักเรียนนายร้อยตำรวจ จะไม่มีโอกาสรู้ว่าจะสอบได้หรือไม่ นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ ๓ จึงได้แต่  สวดมนต์ภาวนา ขอให้กรมตำรวจมีอัตรามากๆ  เพื่อตนเอง และเพื่อนร่วมชั้น จะได้มีโอกาส สอบบรรจุได้เป็น นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร การสอบชั้นปีที่ ๓ ภาคปลายปี กรรมการมีสิทธิ์ ออกข้อสอบทุกวิชา ที่ได้ร่ำเรียนมา ตั้งแต่ชั้นปีที่ ๑ ถ้านักเรียนคนใด ไม่สนใจวิชาตั้งแต่ ชั้นปีที่ ๑ มา ก็มีหวังสอบไม่ได้ การสอบไล่แต่ละคราวนั้น มีทั้งวิชาข้อเขียน และมีวิชา ภาคปฏิบัติ เกี่ยวกับ การปกครองบังคับบัญชา และการฝึก ร่วมอยู่ด้วย ตัวอย่างเช่น

           การฝึกวิชาทหารนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ ๑ ต้องทำหน้าที่ เป็นผู้บังคับหมู่ได้
           การฝึกวิชาทหารนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ ๒ ต้องทำหน้าที่ เป็นผู้บังคับหมวดได้
           การฝึกวิชาทหารนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ ๑ ต้องทำหน้าที่ เป็นผู้บังคับกองร้อยได้

           การสอบ จะต้องทำให้ได้ด้วย จึงจะมีหวัง  ส่วนการปกครองถือว่า คะแนนความประพฤติเป็น เกณฑ์สำคัญ การกระทำผิดวินัย แต่ละครั้ง จะต้องถูกลงทัณฑ์ ทางวินัยและยังต้อง ถูกตัดคะแนน ความประพฤติด้วย ถ้านักเรียนคนใด ถูกตัดคะแนนความประพฤติ จนเหลือต่ำกว่า ๕๐ % ถือว่า ความประพฤติไม่ดี ย่อมตกคะแนนความประพฤติ ไม่สามารถเ ลื่อนชั้นหรือ ออกไปรับราชการ เป็นนายตำรวจได้ และถ้าตก ๒ ปี ติดต่อกัน ก็จะถูกคัด ออกจากการเป็น นักเรียนนายร้อยตำรวจ สำหรับ นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ ๓ มีการผ่อนผัน ให้โอกาสเรียนอีก ๑ ปี เพียงครั้งเดียว เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว นักเรียนนายร้อย รุ่นห้วยจรเข้ รับประกันได้ว่า มีความรู้ดี มีความประพฤติ และสมรรถภาพดีเด่น สมความมุ่งหมาย ของกรมตำรวจ ตลอดมา