โรงเรียนนายหมวด คลองไผ่สิงโต
พุทธศักราช ๒๔๕๘ - ๒๔๖๕

สมัยที่ ๓ โรงเรียนนายหมวด คลองไผ่สิงโต กรุเทพมหานคร

 

 
 

 

          เมื่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ห้วยจรเข้ จังหวัดนครปฐม ได้ผลิตนายตำรวจ ออกไป ปฏิบัติหน้าที่ มีชื่อเสียง ในด้านความรู้ และระเบียบวินัย เป็นที่นับถือของ ประชาชน และเป็นที่เกรงขามของ คนร้าย กรมกองตระเวณ ซึ่งมีหน้าที่ ในเขตกรุงเทพมหานคร เห็นประโยชน์ ของโรงเรียนนายร้อย ตำรวจภูธร  จึงคิด ที่จะตั้ง โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ขึ้นบ้าง ผู้บังคับการกรมกองตระเวณ ในสมัยนั้น คือ มิสเตอร์ อีริคเซ็นต์ เย ลอซัน (Mr.Eric St. J. Lawson) ชนชาติอังกฤษ ต่อมา ได้เป็น เจ้ากรมกองตระเวณ ได้ดำร ิจัดตั้งโรงเรียนายหมวดขึ้น ที่เชิงสะพาน คลองไผ่สิงโต สวนไหม ตำบลศาลาแดง ด้านเหนือซอยสารสิน ถนนราชดำริ กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ซึ่งเป็น บริเวณบ้านพัก ของเจ้ากรมกองตระเวณ ทั้งนี้ ก็เพื่อประสงค์ ที่จะผลิต ข้าราชการตำรวจ กรมกองตระเวณ ให้มีสมรรถภาพ มากขึ้น แต่จะตั้งขึ้นปีใด ค้นหาหลักฐาน ไม่พบ
         ตำรวจกองตระเวณ ในสมัยนั้น ทำงาน ด้วยความระมัดระวัง เพราะบุคคลต่างชาติ มิได้ขึ้น ศาลไทย  แต่ละประเทศ มีศาลกงสุล พิจารณา ตำรวจกองตระเวณ จึงต้องอดทน ปฏิบัติงานด้วย ความท้อแท้ หดเหี่ยวใจ เพื่อแลกกับประโยชน์ ของประเทศ จึงเป็นเหตุให้ เกิดการเบื่อหน่ายแก่ ประชาขน ที่จะมาสมัคร เป็นตำรวจกองตระเวณ ซึ่งมาเป็นตำรวจนครบาล  ในปัจจุบันนี้ กรมตำรวจนครบาล ในสมัยนั้น เห็นว่า นายตำรวจนครบาล นับวันจะน้อยลง จึงได้ตั้ง โรงเรียนนายหมวดขึ้น
         โรงเรียนที่ตั้งขึ้น มิได้เรียกว่า โรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่เรียกชื่อว่า "โรงเรียนนายหมวด" ผู้สอบไล่ได้เรียกว่า "ว่าที่นายหมวด"  พอ ๖ เดือนผ่านไปแล้ว ได้รับแต่งตั้งเป็น "นายหมวด" เปิดรับ นักเรียนครั้งละ ๕๐ คน หลักสูตร ๖ เดือน สอบไล่กันครั้งหนึ่ง ใครสอบไล่ได้วิชาละ ๕๐ % ขึ้นไป ก็ถือว่าสอบได้ เทอมไหนสอบไล่ได้ จำนวนเท่าไร ก็รับคนใหม่ เข้ามาแทนที่ สำเร็จออกไป ผู้ที่รับเข้ามาเรียน ก็คัดเลือกจาก เสมียนหรือตำรวจ ตามสถาน ีที่มีความรู้หนังสือดี ความประพฤติเรียบร้อย เข้าเป็นนักเรียนนายหมวด ถ้าได้ จำนวนไม่พอ ก็รับบุคคลภายนอก มาคัดเลือก เข้าเป็นนักเรียนนายหมวด แต่ก็มี เป็นจำนวนน้อย เพราะประชาชน ในสมัยนั้น ไม่สู้นิยม การเป็นตำรวจ
         วิธีการปกครอง ของโรงเรียนนายหมวด มีปลัดกรม เป็นผู้ปกครองบังคับบัญชา รับผิดชอบ ความสงบเรียบร้อย ในสถานที่ ตลอดจน การศึกษาเล่าเรียน ของนักเรียนนายหมวด ปลัดกรม ยังต้องมีหน้าที่ สอนกฎหมายลักษณะอาญา กฎหมายลักษณะพยาน และวิธีพิจารณาความอาญา ระเบียบ การปฏิบัติงาน สัญญาทาง พระราชไมตรี ที่มีข้อความ ตกอยู่ในหน้าที่ ของตำรวจ มีครูซึ่งมีตำแหน่ง เทียบชั้นสารวัตรแขวงอีก ๑ คนมีหน้าที่ สอนพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แก่งานในหน้าที่ ของ ตำรวจนครบาล โดยตรง  ทั้งยังต้อง มีหน้าที่ปกครอง ดูแล ความเรียบร้อย ความประพฤติของ นักเรียน ตลอดจน พนักงานเจ้าหน้าที่ ในโรงเรียนนายหมวด ลดหลั่นลงมา มีครูฝึกหัด ตำแหน่งขั้น นายหมวด มีหน้าที่เป็น ครูฝึกหัด และเป็นแม่บ้าน ของโรงเรียนนายหมวด วิชาการฝึกหัด ครูผู้ฝึกมุ่งแต่การ ใช้อาวุธในสมัยนั้น โดยมุ่งฝึกหัด ให้เป็นระเบียบ ตลอดจนให้เกิด กำลังกายเพื่อ ความอดทน  โดยมากใช้วิธี หัดแถววิ่งทางไกล
         การสอบไล่ มีคณะกรรมการ ทางกรมกองตระเวณแต่งตั้งมา ปัญหา ที่คณะกรรมการตั้งข้อสอบนั้น โดยมาก เป็นคำถามกว้าง ๆ เข่น สอบกฎหมายอาญา มักจะถาม โดยตั้งปัญหา ในข้อแตกต่างใ นหลักแห่งองค์ความผิด เปรียบเทียบกัน เป็นต้น ส่วนระเบียบการ ของกรมก็มักตั้ง ปัญหาถามรวม วิธีการว่า ถ้าเกิดคดีขึ้น มีคนมาแจ้งความ ท่านเป็นร้อยเวร จะทำประการใด จึงจะถูกต้อง ตามระเบียบ  หรือท่านเป็นสารวัตร เกิดเพลิงไหม้ขึ้น ในท้องที่ท่าน จะปฏิบัติอย่างใดบ้าง ทั้งนี้ เป็นต้น  การสอบสวน คดีอาญา ของตำรวจนครบาลสมัยนั้น ถ้าคดีมีมูล พอฟ้อง จะต้องนำคดีนั้น ขึ้นฟ้องร้อง ยังศาลโปริสสภา ซึ่งถือว่าเป็นศาลไต่สวนเท่านั้น
         โรงเรียนนายหมวด จะตั้งขึ้นเมื่อใดนั้น ค้นหลักฐานกันไม่พบ ตามที่สืบสวนค้นคว้ามา ได้ความว่า ตั้งภายหลัง โรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธร หลายปี อย่างน้อย ก็ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๕๒
         ในปี พ.ศ.๒๔๕๘  รัชสมัยของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า โปรดเกล้าฯให้ พลโท พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าคำรบ ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมตำรวจ เป็นผู้ริเริ่ม และเป็น หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ ในการปรับปรุงกิจการ ตำรวจ เป็นการใหญ่ อีกครั้งหนึ่ง  แต่เดิม กรมกองตระเวน สังกัดกระทรวงนครบาล ส่วน กรมตำรวจภูธร สังกัดกระทรวงกลาโหม ในปี พ.ศ.๒๔๕๘ ได้มีประกาศ พระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๕๘  รวม กองตำรวจตระเวน และกรมตำรวจภูธร เป็นกรมเดียวกัน เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๕๘ เรียกว่า "กรมตำรวจภูธร และกรมกองตระเวณ" (วันที่ ๑๓ ตุลาคม อันเป็นวันที่ กรมตำรวจทั้งสอง เป็นกรมเดียวกัน จึงถือว่าเป็น "วันตำรวจ" ตลอดมา จนถึงปัจจุบันนี้)
         เมื่อรวม กรมตำรวจภูธร และกรมกองตระเวน เป็นกรมเดียวกัน โรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธร และโรงเรียนนายหมวด ซึ่งแต่เดิม ขึ้นต่อเจ้ากระทรวง แต่ละกระทรวง กล่าวคือ
         โรงเรียนนายหมวด ขึ้นกรมกองตระเวน สังกัดกรทรวงนครบาล
         โรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธร ขึ้นกรมตำรวจภูธรสังกัดกระทรวงกลาโหม

         เมื่อประกาศรวม กรมตำรวจ ดังกล่าวแล้ว โรงเรียนทั้งสองแห่ง ก็รวมเป็นโรงเรียนเดียวกัน ขึ้นกับกระทรวงนครบาล ในปี พ.ศ.๒๔๕๘ โดยตำรวจภูธร แลตำรวจนครบาล ก็ใช้ยศ และตำแหน่ง เหมือนกันด้วย โดยตำรวจภูธร เลิกใช้ยศเรียกอย่างทหาร และตำรวจนครบาล ก็เปลี่ยนจาก ยศตำแหน่งพลเรือน มามียศ และตำแหน่ง อย่างตำรวจภูธร เช่นเดียวกัน ส่วนระเบียบวินัย ก็ยึดถือ อย่างตำรวจภูธร ทุกประการ

         ในปี พ.ศ.๒๔๖๕ ได้มี พระบรมราชโองการ ให้รวมกระทรวงนครบาล กับกระทรวงมหาดไทย เป็น กระทรวงเดียวกัน เรียกว่า "กระทรวงมหาดไทย" ส่วนกรมตำรวจ ได้มาขึ้นสังกัด กระทรวงมหาดไทย สำหรับชื่อ กรมตำรวจนั้น ได้มีพระบรมราชโองการ เปลี่ยนชื่อมาโดยลำดับ คือเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๙ เปลี่ยนชื่อมาเป็น กรมตำรวจภูธร ต่อมาในปีพ.ศ.๒๔๗๕ จึงเปลี่ยนเป็น "กรมตำรวจ" ตลอดมา จนถึงปัจจุบัน   โดย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โรงเรียนนายร้อยตำรวจห้วยจรเข้ จังหวัดนครปฐม ได้มาเรียน รวมกับ โรงเรียนนายหมวด ที่สวนไหม คลองสิงโต กรุงเทพมหานคร ต่อมา จึงได้ชื่อเรียกว่า "โรงเรียนนายร้อยตำรวจ" มาถึงปัจจุบันนี้